ซีซ่าส์ บล๊อค

ยินดีต้อนรับ....ทุกๆท่าน



เข้าสู่ Blog ของ " Mang_Khan_Zaa "

เด็กสาว "นิเทศศาสตร์" มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย

เด็กสาวจอมซ่าส์ ที่แสวงหาความฝัน ตามสันชาตญาณ...

การตามล่าความฝันของ "สาวน้อยซีซ่าส์" จะเป็นเช่นไร....




ต้องติดตามต่อไป


สาวน้อยจอมซ่าส์นักล่าฝัน

ส่วนตั๊ว ...ส่วนตัว ...ของข้าเจ้า

รูปภาพของฉัน
Thailand
พูดน้อยจริงใจ รักใครรักจริง อิอิ ตัวฉานนน เปรียบเหมือนเพียงเศษฝุ่นเศษดินที่"บางคน"อาจมองข้ามและเห็นว่ามัน ไร้ค่า ต้องต่ำ แต่ความเป็น"เศษดิน" ของฉัน จะก่อตัวขึ้นด้วยแรงผลักดันภายใน จนก่อตัวกลายเป็นเขาภูผาที่สูงใหญ่ จะมีใครรู้มั้ยว่า ดินที่ต้อยต่ำ และไร้ค่า แต่ "ชีวิต" คุณ ยังไง! คุณต้องพึ่งมันไปจน "วันตาย"

วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2552

==>__การเดินทางของเข็มนาฬิกา__<==


หลายคนไม่เคยรู้ตัวเลยว่า ได้กลายเป็นหนุ่มเป็นสาว หรือเติบโตเป็นผู้ใหญ่ตั้งแต่เมื่อไหร่
ซึ่งก็อาจเป็นเพราะพวกเราไม่เคยมีโอกาสได้หยุดมองรอยต่อของวัยเหล่านั้น
ถ้าไม่เรียนไม่เล่นจนเพลินไปเสียก่อน เหตุผลของการพลาดโอกาสเช่นนั้น ก็คงหนีไม่พ้นความยุ่งเหยิงในชีวิต
ในวาระที่ต้องขวนขวายหาสถานที่ศึกษาต่อหรือไม่ก็มัวแต่กระ กระสนหางานทำหลังเรียนจบ
รู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นหนุ่มสาวมหาลัย หรือไม่ก็เป็นผู้ใหญ่ในคราบมนุษย์เงินเดือนไปเสียแล้ว
เพื่อนๆ เคลื่อนตัวจากสถานที่หนึ่งไปสถานที่หนึ่งเท่านั้น
หากยังพาพวกเขาก้าวข้ามจากเวลาหนึ่งไปสู่อีกเวลา ดุจเดียวกับการเดินของเข็มนาฬิกาอีกด้วย
"การที่เราได้เห็นทุกวินาทีกลายเป็นอดีต ทำให้เรารู้ว่าทุกอย่างจะไม่หวนมาอีกแล้ว"
หลังจากที่พวกเราได้เดินทางข้ามวันและคืนผ่านจุดแล้วจุดเล่ามาแล้ว
"นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่คุณจะได้นั่งที่นี่ อ่านข้อความจาก มุมนี้"
เพราะพรุ่งนี้ หรือวินาทีต่อไป จะไม่มีทางเหมือนเดิมอีกแล้ว สำหรับเรา
ไม่ใช่แค่หน้าของเพื่อนร่วมชั้นเรียน และ ร่วมกินร่วมเที่ยวเท่านั้นที่จะเปลี่ยนไป
เพราะแม้แต่ "หน้าตา" ของพวกเขาเองก็จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้วด้วย
จากที่เคยเป็นผ้าที่มีสีขาวเป็นส่วนประกอบใหญ่
พวกเราก็จะกลายเป็นผ้าที่มีสีอื่นมาแต่งแต้ม
วัยของพวกเราอาจคือวัยแห่งความไม่ชัดเจน หลายคนไม่รู้ว่าอะไรควรเป็นเรื่องใหญ่ของชีวิต
พวกเราบางคนจึงเลือกจะจัดเรื่องลดความอ้วน และ การพยายามดึงดูดความสนใจไว้เป็นอันดับหนึ่ง
อีกทั้งช่วงอายุของเรายังเป็นวัยแห่งจินตนาการ
เห็นอะไรเล็กๆ น้อยก็สามารถนำมาสานต่อเป็นเรื่องแต่งอันบรรเจิดได้
เมื่อเดินทางมาถึงจุดหมาย เราก็สามารถจัดการกับความสับสนของตัวเองได้
ในขณะที่บางคนก็ยังหมกมุ่นอยู่กับเรื่องเดิมๆราวกับเด็กไม่รู้จักโต
ถึงอย่างนั้น ก็ยังพูดได้ว่าทุกคนที่ร่วมเดินทางได้ก้าวมาสู่อีกหนึ่งหลักชัยของชีวิตแล้ว
แต่ต่อให้เดินมาแล้วหลายพันหลายหมื่นก้าว
พวกเราก็ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ในการเดินทางครั้งต่อไปอยู่ดี เพราะชีวิตของพวกเขายังไม่สิ้นสุด
และยังมีอีกหลายหลักชัยเหลือเกินที่รอให้พวกเราเดินไปถึง

เดือนกันยายน

ใครรู้บ้างเรื่องเดือนนี้?

กันยายน เป็นเดือนที่ 9 ของปี ตามปฏิทินเกรกอเรียน และเป็นหนึ่งในเดือน 4 เดือนที่มี 30 วัน

ตามหลักโหราศาสตร์ เดือนกันยายนเริ่มต้นขึ้นเมื่อดวงอาทิตย์ยกเข้าสู่ราศีกันย์ และสิ้นสุดเมื่อยกเข้าสู่ราศีตุลย์ แต่ในทางดาราศาสตร์ ต้นเดือนกันยายนดวงอาทิตย์อยู่ในกลุ่มดาวสิงโตและปลายเดือนไปอยู่ในกลุ่มดาวหญิงสาว

เดือนกันยายนในภาษาอังกฤษ September มาจากภาษาละติน septem เนื่องจากเป็นเดือนที่ 7 ในปฏิทินโรมันดั้งเดิมที่เริ่มต้นปีในเดือนมีนาคม. ประเทศไทยเริ่มใช้ชื่อเดือนกันยายนในปี พ.ศ. 2432 ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 5 โดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาเทววงศ์วโรปการ เป็นผู้เสนอให้ใช้ราศีกำหนดชื่อเดือน

วันที่ 1 กันยายน : วันสืบ นาคะเสถียร
วันที่ 6 กันยายน : วันทรงดนตรี
วันที่ 15 กันยายน : วันศิลป์ พีระศรี
วันที่ 16 กันยายน : วันโอโซนโลก
วันที่ 20 กันยายน : วันเยาวชนแห่งชาติ
วันที่ 20 กันยายน : วันอนุรักษ์รักษาคูคลองแห่งชาติ
วันที่ 24 กันยายน : วันมหิดล

....สิ่งที่ได้จากการเรียน วิชา การสื่อข่าวเบื้องต้น....

สิ่งที่ได้จากการเรียน
 วิชา "การสื่อข่าวเบื้องต้น"
สำหรับดิฉัน น่ะหรอ...  มันมากเกินกว่าที่จะบรรยายนะ  
เอาเป็นว่าอันดับแรก  ฉันได้เรียนรู้การเขียนข่าว  อย่างถูกต้อง  และมีจรรยาบรร  รู้ถึงลักษณะการเขียนข่าวแต่ละประเภท  การใช้ภาษาในการเขียนข่าว จากอาจารย์ที่มีหลัก การสอนที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว  (แอบชมจารย์  หั่นแน่! มีแอบยิ้ม)  

ที่สำคัญที่สุดของการเขียนข่าว และทำข่าวนั้น  ต้องมีความตรงต่อเวลา  เพราะอาจารย์คนเก่งของดิฉันจะย้ำอยู่เสมอๆว่า เราต้องเบ๊ะๆๆ  ตรงและทันเวลา  ข่าวจะต้องมีความสด  และทันสมัยเสมอ  จึงจะเป็นที่สนใจ แก่ผู้อ่าน

จึงทำให้ฉันได้เรียนรู้การทำงานอย่างเป็นระบบ  และจัดสรรงานอย่างเป็นสัดส่วน  ให้สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วและตรงเวลา   แล้วในการเรียนวิชานี้  ยังทำให้ฉันได้มีความกล้าในการที่จะลงพื้นที่ สัมผัสกับการทำงานในรูปแบบ  ที่สมจริง
ได้เรียนรู้ถึงอุปสรรคต่างๆในการทำงาน  ในการสัมภาษณ์  กับแหล่งข่าวจริง  ต้องมีการเตรียมตัว รับมือกับทุกสภาพ   ในการเรียนวิชานี้  ทำให้ฉันได้รับประสปการณ์ดีๆ  จากอาจารย์ที่น่ารักของฉัน  อย่างหาที่เปรียบไม่ได้

จากที่เคยเป็นศิษย์ที่ไม่เคยอับเดรต  ใส่ใจในการทำงานสักเท่าไร  ทำให้ฉัน  กลายเป็นคนที่หันมาสนใจและให้ความสำคัญกับงานที่ได้รับมอบหมายมากยิ่งขึ้น

ขอขอบคุณ
ความรู้และประสบการณ์ อันลำค่า ที่มอบให้แก่ศิษย์ทุกคน  ค่ะ
ขอบคุณค่ะอาจารย์

กาญจนา  พรชัย
เด็กน้อยศิษย์ของอาจารย์

ชีวิตนักเดินทาง

....การเดินทางอันแสนยาวไกล.....
เริ่มต้น ณ จุดหนึ่ง  เพื่อก้าวไปสู่  "จุดที่เราไขว่คว้า"
เพลง...  ที่เป็นกำลังใจให้ฉัน  มีแรงผลักดันก้าวเดินสู่ทาง ที่วาดฝัน

วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2552

เป้าหมายของการเรียนนิเทศศาสตร์

นิเทศศาสตร์
เนื่องจากฉัน มีความฝัน ไว้ว่า อยากเป็นนักเขียน จึงได้ก้าวมาเรียนนิเทศศาสตร์ และดิฉันคิดว่าในการเรียนนิเทศศาสตร์แล้ว จะทำให้ฉันได้นำความรู้ที่ได้ศีกษามา มาพัฒนาบุคลิกภาพของดิฉันในด้านต่างๆ ทั้งการพูด การเขียน การเข้าสังคม และนำมาใช้เพื่อที่จะก้าวเข้าสู่ การเป็นนักเรียนที่ดี ต่อไป
ตน นิเทศฯ

วันแม่ที่ผ่านมาทำอะไรบ้าง




......วันแม่.....








หากกล่าวถึง คำนี้ คำว่าแม่

บังเกิดแก่ สายตาชน คนทั้งผอง

ก็นิ่งคิด นิ่งเงียบ นิ่งยืนมอง

ไม่มีสอง นึกถึงคุณ พระคุณมารดา



แม่
คือ บุคคลที่ได้ก่อกำเนิดชีวิตของ "ดิฉัน" ให้มีลมหายใจและเป็นคนขึ้นมา เพราะเหตุนี้ฉันจึงรักแม่ของฉันมาก วันแม่ที่ผ่านมานี้ ฉันไม่ได้ทำอะไรมากมายให้กับแม่ ไม่มีแม้ดอกมะลิสักดอกให้แม่ได้ชื่นชม เพราะไม่ได้กลับบ้านไปหาท่าน จะมีก็เพียงแต่ เมจเสจสั้นๆส่งให้กับแม่ "แม่จ๋า วันนี้วันแม่ลูกรักแม่มากเหมือนเดิมนะคะ ลูกขอให้แม่มีสุขภาพแข็งแรง รักแม่นะคะจู๊ฟๆ" นี่คือเมจเสจที่ฉันส่งไปให้กับแม่
ในวันแม่ปีนี้ของฉันไม่ได้มีอ่ะไรเลิศหรู เพราะฉันคิดว่า ทุกๆวันที่ผ่านมาฉันก็ได้ทำและมอบความรักให้กับแม่อยู่ทุกวัน ไม่ว่าวันไหนๆ ไม่ใช่เพียงเฉาะ วันแม่เท่านั้น ที่สำคัญสิ่งที่ฉันอยากจะทำให้แม่ คือ การเป็นลูกที่ดี ตั้งใจเรียน ทำให้ท่านได้ภูมิใจ

แม่เคยบอกกับฉันว่า แม่ กับลูก เราเป็นสายเลือดเดียวกันจะตัดกันยังไงก็คงไม่ขาด

เพราะเหตุนี้ ฉันจึงไม่อยากทำให้ท่านเสียใจ และผิกหวัง

ฉันรักแม่





สตรีใด…….ไหนเล่า………..เท่าเธอนี้เป็นผู้ที่ …………..


ลูกทุกคน………บ่นรู้จักเป็นผู้ที่ ……………มีพระคุณ………


การุณนักเป็นผู้ที่ …………..สร้างความรัก…..สอนความดีเป็นผู้ที่……………


คอยสั่งสอน…….เอาใจใส่คอยห่วงใย….……เราทุกคน………


จนวันนี้เปรียบแสงทอง……สว่างล้ำ……….นำชีวีเธอคนนี้…………..


คือ ” แม่ ”……..ของเราเอง